28/09/2022

อ่านข่าวฟุตบอล ติดตามผลการแข่งขันฟุตบอล ฟุตบอลลีกต่างๆ

เว็บรวบรวมผลการแข่งขันฟุตบอลทุกนัดทุกการแข่งขัน ตารางการแข่งขันฟุตบอล ข่าวสารวงการลูกหนัง ไทยและต่างประเทศ

ฝ่าวิกฤตผลกระทบสงคราม!!! : หลักสำคัญหลังเกม สิงห์บลู บุกคว้าสามแต้มเหนือ นอริช

สิงห์บลูบุกคว้าสามแต้มเหนือนอริช

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2021/22
คืนวันพฤหัสบดีที่ 10 มี.ค. 2022

นอริช 1-3 เชลซี

สนาม: แคร์โรว โร้ด

1. เชลซี จะต้องวิงแบ็คธรรมชาติเท่านั้น

สิงห์บลู

เกมนี้เป็นอีกนัดที่ โธมัส ทูเคิล จัดการทดลองเอานักเตะตำแหน่งอื่นมายืนปฏิบัติหน้าที่เป็นวิงแบ็คอีกรอบ โดยฝั่งซ้ายใช้งาน ซาอูล นิเกวซ ลงทำแทน มาร์กอส อลอนโซ ที่ติดโควิด ซึ่งแม้ว่าจะไม่ได้ย่ำแย่แต่เห็นได้ชัดถึงความไม่เป็นธรรมชาติสำหรับการสร้างสรรค์เกมรุกไม่เหมือนกับ อัซปิลิกวยต้า ฝั่งขวาที่ขึ้นสุดลงสุดอย่างแจ่มแจ้ง แถมในครึ่งหลัง นายใหญ่ชาวเยอรมันก็จัดการส่ง รูเบน ลอฟตัส ชีค มาเล่นวิงแบ็คขวาแทน กัปตันเดฟ รวมทั้งคล้ายกับ ซาอูล ที่การทำเกมเห็นได้ชัดว่าเน้นย้ำความรัดกุมและก็เกือบจะไม่มีจังหวะลุ้นเปิดบอลให้เห็นเลยตามธรรมชาติของมิดฟิลด์ตัวกลาง ด้วยเหตุนั่นเองทำให้อาวุธร้ายของ เชลซี ที่เคยมีหายไป เพราะว่าฉนั้นวันนี้ก็เป็นอีกรอบที่ตอกย้ำว่ายังไงซะแผนแบบนี้จึงควรมีวิงแบ็คธรรมชาติลงทำถึงจะเวิร์ค

2. ฮาเวิร์คซ์ กองหน้าอันดับที่หนึ่ง

สิงห์บลู1

เรียกได้ว่าแต่งตั้งตัวเองขึ้นมาเป็นหัวหอกอันดับที่หนึ่งของทีมได้เป็นที่เรียบร้อยจากผลงานสุดโดดเด่นในตอนหลัง ที่มีส่วนร่วมกับเกมรุกของทีมเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้มี เมสัน เมานท์ มารอประสานงานเชื่อมเกมกัน ทำให้เกมรุกของ เชลซี ไหลลื่นเนียนตา ต่างกันกับการให้ ลูกากู ที่วันนี้ลงสู่สนามมาเป็นตัวสำรองลิบลับ แถมเกมนี้ก็ยังไม่เป็นผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน ส่วนด้าน แวร์เนอร์ ที่ลงเล่นเป็นตัวจริงก็เงียบสนิทและก็ยังคงฝากผีฝากไข้เอาไว้ไม่ได้อีกเหมือนเคย

3. นอริช อันตรายขั้นสุด

นอริช

จากความปราชัยในนัดนี้ทำให้ นอริช ซิตี้ แพ้มาแล้ว 6 เกมติดต่อกันในลีกร่วงลงไปอยู่อันดับบ๊วยของตารางมีเพียง 17 คะแนนจากการลงเล่น 28 นัด ซึ่งน่าสนใจตรงที่ทีมอย่าง เบิร์นลีย์ อันดับ 18 และก็ เอฟเวอร์ตัน อันดับ 17 ที่มีแต้มห่างกัน 4 และก็ 5 แต้มตามลำดับ แต่ทั้งสองทีมลงแข่งขันน้อยกว่าถึง 2-3 เกม นั่นจึงเป็นจุดที่ทีมของ ดีน สมิธ เสียเปรียบกว่าคู่แข่งเพราะว่าไม่เหลือเกมหลงเหลือในมืออีกแล้ว ซึ่งถ้ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเร็ว ๆ นี้ เราก็คงจะได้เห็น นอริช ซิตี้ กลับลงไปทักเพื่อน ๆ ใน เดอะแชมเปี้ยนส์ชิพ ฤดูกาลหน้าอีกรอบอย่างแน่นอน